เซ็ง ผิดหวัง... 

ปกติเราไม่เขียนอะไรที่เกี่ยวกับตัวเรานักนอกจากสิ่งที่เราชอบ(ที่ระบายอะไรบ้าๆบวมๆในบล็อกเนี่ยแหละ)

นี่คือเรื่องงี่เง่าของคนๆหนึ่งที่ไม่เคยทำอะไรได้เรื่องเลยสักอย่าง... แม้ว่ามันจะโง่เง่า แต่เราก็ยังจะเขียนอ่ะนะ(เผยควางี่เง่า)

ระหว่างทาง ที่พวกเรากำลังจะถึงมหาลัยแล้ว ตอนแม่ขับอยู่ เราได้ยินเสียงอะไรกระแทกดังตุบ.. หรือดังป๊อบกันนะ แม่เราร้อง "อู่ยย" เราที่กำลังเหม่อมองไปนอกหน้าต่างด้านเราอยู่ก็หันมา "อะไรคะ"

"นกอ่ะสิ มันบินมาชนหลังคารถ" คงเป็นนกพิราบ.. ก็แถวนั้นนกพิราบเยอะนี่นะ เราเดาว่านกมันคงบินเฉี่ยวใกล้ๆขอบหลังคารถตรงหน้าต่างแม่มั้ง แม่ถึงได้เห็น เรารู้สึกตกใจ.. แล้วนกจะตายมั้ยนั่น..

"แบบนั้นคงเจ็บแน่เลย" แม่ว่า แต่เรานึกในใจ ชนแรงแบบนั้นกระโหลกคงแตกแหงๆ พลางนึกถึงนกพิราบที่เราเคยเจอใกล้ๆสวนสัตว์เขาดิน.. มันโดนรถอีกฟากถนนทับหัวแบะ กระโหลกแตกดังป๊อบให้ได้ยินถึงหู

เราไม่ได้ตอบอะไร แต่คิดในใจ แย่จัง ไม่รอดหรอก เพราะคงร่อนไปตายที่อื่น นี่มันลางร้ายหรือไงกันเนี่ย? เฮ้ย บ้า บ้าๆๆๆๆ

แล้วเราก็เลิกกังวลเรื่องนก รถแม่เลี้ยวเข้าทางเข้ามหาวิทยาลัย.. จอดรถเสร็จ เรากับแม่ตรวจเอกสารที่ต้องการว่าโอเคหรือยัง จากนั้นก็เดินไปที่ตึกของศิลปศาสตร์...

อา.. ใช่เลยยย คณะในใจของเรา..

พวกเราเดินขึ้นไปบนตึก ชั้นสามที่ๆเขารับใบสมัครสอบตรงBAS(British and American Study Program)คณะศิลปศาสตร์.. เรารู้สึกประหม่าขึ้นทันที.. เราเป็นพวกที่ไม่มั่นใจในตัวเองและชอบเดินก้มหน้า มันเป็นบุคลิกแย่ๆของเรา แม้ว่าเราจะพยายามบอกตัวเอง(ถ้ารู้สึกตัวอ่ะนะ)ว่าเดินแบบมองตรงไปข้างหน้าเหมือนคนอื่นๆเขาหน่อย เดินยังกะคนอมทุกข์ แต่ในสถานการณ์ตอนนั้น เราเดินแบบมองไปข้างหน้าไม่ได้เลย หน้าก้มลงมองที่เท้าตัวเองตลอด พวกเราเข้าไปในห้องเรียนที่ใช้เป็นห้องรับสมัคร แอร์เย็นมาก มีคนอยู่หลายคนในห้อง..

แม่พาเราเดินไปที่โต๊ะนึง มีคุณผู้หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ นี่คงเป็นโต๊ะรับสมัคร.. เรากับแม่นั่งลงเก้าอี้ข้างหน้าโต๊ะผู้หญิงคนนั้น เก้าอี้ที่พวกเรานั่งเป็นแบบโต๊ะเล็คเชอร์ แม่วางแฟ้มที่ใส่เอกสารเกี่ยวกับตัวเราไว้บนโต๊ะเล็คเชอร์ที่เรานั่งแล้วยื่นใบสมัครที่เราเขียนไว้(อย่างไม่เรียบร้อย เพราะมีลิควิดลบไว้เยอะเนื่องจากเราเขียนผิดเยอะ-*-)ให้กับผู้หญิงข้างหน้าเรา เธอรับมันมาแล้วก็ตรวจดู เราก้มหน้ามองที่โต๊ะเล็คเชอร์ที่เรานั่ง เพราะอายใบสมัครตัวเองจัง(ว่ะ)

แล้วผู้หญิงก็เริ่มพูดที่ทำให้หัวใจเราแทบหยุดเต้น..

"เอ่อ... ขอโทษนะคะ นี่น้องจะใช้คะแนนอะไรเข้าสมัครคะ"

เราเงยหน้าขึ้นอย่างโง่ๆ แล้วก็ชี้ให้เธอดู "อะ อันนี้.. โอเน็ตค่ะ.." แล้วเราก็ก้มหน้ามองโต๊ะเล็คเชอร์ต่อไป....

"มีTU-GETด้วยนะคะ" แม่พูด

"แต่ของน้องเค้าไม่ผ่านนะคะ โอเน็ตอังกฤษก็ไม่ผ่าน TU-GETก็ต้อง500คะแนนขึ้นไป"

เวรกรรม จนได้สิ.. เรานึกถึงตอนสอบTU-GETค่ะ.. อีก5นาทีหมดเวลา เราอยู่ที่ข้อ64และกระเสือกกระสนทำอย่างแรง และไม่รอดแล้ว.. เรามั่ว20ข้อสุดท้ายแหลก..

"ไม่มีผลสอบอย่างอื่นเลยหรอคะ"

เราส่ายหน้า

"น้องไม่มีสิทธิสมัครสอบนะคะ"

เรารู้สึกแสบวาบขึ้นที่จมูกทันที ขากรรไกรเรารีบขบแน่นเพื่อป้องกันน้ำตาเอ่อ ตูไม่ร้องไห้ว้อย!  ตาเราแข็งจ้องอยู่ที่โต๊ะเล็คเชอร์ของตัวเอง

"แต่.. ตอนนั้นที่โทรไป บอกว่าTU-GETไม่ถึงก็สอบได้.." เราได้ยินเสียงแม่พูด.. ใช่แล้วล่ะ แม่เคยโทรไปจริงๆตอนผลคะแนนส่งมาถึงที่บ้าน เราได้440คะแนน เรากังวลว่าเราคงสอบไม่ได้เพราะไม่ถึง500และเอาแต่บ่นว่าถ้าเราไม่มั่ว20ข้อสุดท้ายเพราะหมดเวลานะ.. อาจถึง500ก็ได้ถ้าถูกอีกสัก6ข้อ.. คนที่รับโทรศัพท์บอกว่าไม่เป็นไรถ้าคะแนนไม่ถึง ก็ลองมาสอบก็ได้......

"ไม่ได้ค่ะ มันไม่ถึง500สอบไม่ได้นะคะ คือเรามีให้เลือกสอบอย่างใดอย่างหนึ่งน่ะค่ะ โอเน็ต TU-GETหรือTOEFL หรืออื่นๆอีกที่มีระบุไว้ในใบสมัคร แต่ว่าต้องผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ค่ะ"

โอเค เรามีทั้งโอเน็ตและTU-GETแต่ไม่ผ่านทั้งสองอย่าง

เราจ้องมองไปบนรูปถ่ายหน้าทุเรศๆของตัวเองบนทรานสคริปต์ที่ยื่นออกมาจากแฟ้ม ที่แม่วางไว้ที่โต๊ะเล็คเชอร์.. ตูน่าจะไปสอบTOEFLนะ

"แต่ตอนนั้นบอกว่าไม่ถึง500ก็สอบได้.." แม่ยังคงยืนยัน... พอเหอะแม่.. ที่แม่โทรไปน่ะมันนานแล้ว ตอนนั้นเขาคงพูดไปงั้นแหละ

"ไม่ได้หรอกค่ะ ถึงรับใบสมัครไป ก็ต้องตัดสิทธิ์สอบอยู่ดีเพราะไม่ผ่านเกณฑ์"

อยากออกไปจากที่นี่แล้ว... ถ้าเรายังได้ยินเธอพูดอีกว่าไม่มีสิทธิสอบ เราคงทนรู้สึกพะอืดพะอมไม่ไหวอีกแน่ แต่อิริยาบถเรายังคงเหมือนเดิม...

"แต่เค้าได้3กว่านะคะ" พอเหอะแม่...

"ค่ะ แต่เราก็ต้องเอาผลสอบอังกฤษมาเทียบด้วยนะคะ"

แล้วจากนั้นอีกนิดน่ะหรอ.. จำไม่ได้ รู้แต่ว่าแม่ลุกขึ้นพร้อมเอกสาร แล้วเราก็ลุกขึ้น เดินออกจากห้องโดยที่ตัวเราแข็งทื่อ ตาแข็งจ้องไปที่พื้น.. พวกเราเดินไม่กี่ก้าวจนมาถึงบันได.. มันคือความผิดหวัง ตลอดเวลาที่คอยพะว้าพะวงว่าจะสอบได้มั้ย เครียด เอกสารไหนไม่มีบ้าง.. กลัวว่าจะทำไม่ได้ ถ้าหากส่งใบสมัครแล้วแต่เขาคัดเราออกล่ะ? อย่างน้อยได้เข้าสอบข้อเขียนก็ยังดี... แต่นี่ยังไม่ทันได้ทำไร แม้แต่จะรอคอยวันประกาศชื่อ.. แค่ยื่นใบสมัครก็จบกันแล้ว แม่กอดเอวเราไว้แล้ว "ไม่เป็นไรนะ"

เราเป็นใบ้ ตาจ้องข้างหน้า รู้สึกว่างเปล่า เราไม่ตอบอะไรเพราะขากรรไกรมันอ้าไม่ได้ เหมือนมันขบแน่นไว้นาน จนกระทั่งลงมาถึงชั้นล่างแล้ว.. เราสงสัยว่าทำไมแม่ไม่เดินนำออกไปข้างนอกตึกเลย.. เราต้องกลับบ้านกันไม่ใช่หรอ? แม่มานั่งตรงม้านั่งใต้ตึก เรานั่งลงข้างแม่ แม่กดโทรศัพท์จะโทรไปสอบถามอีกให้แน่ใจ..

"แม่ พอเถอะค่ะ เค้าบอกว่าเราสอบไม่ได้.." โอเค ดูเหมือนว่าเราจะอ้าปากพูดได้แล้ว

"แม่จะถามดูอีกที ก็ตอนนั้นเค้าบอกว่าคะแนนไม่ถึงก็ไม่เป็นไร เผื่อเราจะได้ขึ้นไปขอเขาได้ใหม่" แม่.. ดูเหมือนว่าเราจะถอนใจ แต่แม่กลับยังไม่ยอมแพ้ เราอยากจะกลอกลูกตาเหลือเกิน นี่มันดูทุเรศชัดๆที่พวกเราจะทำอย่างว่า.. เค้าไม่ให้ยังจะขึ้นไปขออีก แม่โทรคุย แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะเขายืนยันกลับมาอย่างที่คุณผู้หญิงที่โต๊ะนั้นพูด สุดท้ายแม่ก็ตอบว่า "หรอคะ.. คะแนนขาดนิดหน่อยก็ไม่ได้หรอคะ ---- ค่ะ -- ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

"ทำไมนะ.. ก็ตอนนั้นเค้าบอกว่าสอบได้" แม่พึมพำ

"แม่ก็ นั่นมันนานแล้วนี่คะ เค้าอาจจะลืมที่พูดก็ได้อ่ะ" เพราะกติกาเค้าบอก500+ ก็ต้อง500+นี่นะ  "เค้าคงแค่พูดไปงั้นล่ะ.."

"น่าเสียดาย อีกแค่60คะแนนเอง"

"ก็ตอนนั้นมั่วไป20ข้อนี่ มันหมดเวลาซะก่อนอ่ะ..." เรานึกถึงตอนสอบ..

"เดี๋ยวแม่จะโทรไปหาเจ็กเอก"

โทรไปทำไมอีก...

หลังจากนั้นพักหนึ่งแม่วางสาย แม่พูด "แม่กะจะให้เจ็กเอกช่วยฝาก แต่เราต้องรอเจ็กเอกชั่วโมงนึง" คือที่แม่โทรไป เจ็กเอกคงไม่ว่างคุย และเราขมวดคิ้วงงๆ

"ฝากไรคะ"

"ก็เพื่อนของเจ็กเอกเค้ารู้จักอ.ที่คณะนี้น่ะ จะช่วยให้เค้าฝากให้" โอ่ยย...-*- เราคำรามอยู่ในใจ เราอยากเข้าที่นี่มากมาย ที่นี่ คณะนี้... แต่แบบนี้มันฟังดูไม่ดีเลย เรารู้สึกว่ามันคงน่าสมเพชน่าดู

"แม่ พอเถอะ.. เค้าบอกว่าสอบไม่ได้ ก็คือสอบไม่ได้ คนอื่นที่เค้ามีสิทธิได้เพราะเค้ามีคะแนนถึง"

แล้วก็เงียบกันไปทั้งแม่ทั้งลูกอยู่ครู่หนี่ง

"งั้น.. จะเอาอย่างนั้นเหรอ ไม่สอบ?" ดูเหมือนแม่จะถอนใจแล้ว

"ค่ะ.. กลับบ้านกันเถอะ"

เงียบอีก.....

"ไม่เสียใจนะ แม่ไม่อยากให้เธอเครียดเลย"

"ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่ได้ก็ยังมีที่เลือกไว้อยู่นี่ 4อันดับอ่ะ" ใช่แล้ว... 4อันดับที่กระเสือกกระสนเลือกจนได้ ทั้งๆที่ไอ้ที่เลือกนั่นมันก็มีแค่แสงริบหรี่ มีแค่สองอันดับสุดท้ายน่ะแหละที่มีหวังอยู่

"งั้นไปหาอะไรกินกันก่อน" แม่ว่าแล้วพวกเราก็เดินออกไปข้างนอก ไปหาซื้อของกิน แม่ถามว่าจะกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนั้นมั้ย แต่เรารู้สึกกินไม่ลง... เราบอกแม่ไป ก็เลยซื้อเป็นถุงกลับบ้าน เผื่อว่าเมื่อไหร่อยากกินจะได้กิน

พวกเราเดินเข้าไปมหาลัยอีก ไปที่รถที่จอดไว้ข้างใน ตอนเดินเข้าไปก็หยุดซื้อน้ำที่ร้านขายกาแฟ เราสั่งโกโก้เย็นมากิน.. แต่มันห่วยเพราะคนทำคนโกโก้ไม่ดี ดูดเข้าปากทีโกโก้มาเป็นก้อนๆเลย แต่ก็จำใจกิน

พวกเราออกจามหาลัยกันแล้ว.. เราได้แต่บ๊ายบายอยู่ในใจ ลาก่อนธรรมศาสตร์ ฉันคงไม่ได้เข้ามาเหยียบอีกต่อไป... อีกนาน.... เว้นเสียแต่ว่าถ้าฉันอยากจะซิ่ว ฉันจะได้สอบTU-GETใหม่แล้วยื่นคะแนนซะ ฉันจะได้สอบตรงเข้าโครงการBASใหม่.. บาย..

แม่คอยถามเราเป็นระยะๆตลอดทาง เรารู้ว่าแม่เป็นห่วงว่าเราจะเครียดจนระเบิดตายเพราะเรามันประเภทคิดมากแบบรุนแรง เราก็บอกแม่ไปว่าเราไม่ได้คิดมากอะไร ไม่เป็นไรหรอก... เราไม่ได้เสียใจหรอก(แต่รู้สึกผิดหวัง)

"บางทีคงเป็นเพราะตอนนั้นพวกเค้าคิดว่าจะมีคนมาสมัครน้อย ก็เลยบอกอย่างนั้น แต่คราวนี้คนสมัครเยอะ ก็เลยต้องมีคัดกันจริงจัง"

"ไม่เป็นไรหรอก ยังมีลุ้นอยู่อีกนะ" เราพูด นึกถึงม.ที่เลือก2อันดับสุดท้าย อย่างน้อยเราก็ยังพอยิ้มได้แม้จะแค่ยกมุมปากขึ้น เพราะจากเหตุการณ์ที่ผ่านมามันทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าตายหมด....... =[]="

edit @ 21 Apr 2008 20:12:38 by [EniledA]-’๐

แง่บๆ มาแล้ว มันอยู่ในช่วงไม่อยากอัพนานเลย.. แง่บ... เพราะ...... ช่างมันเถอะ-*-

บอกเล่าความฝันประหลาด: เรามักฝันอะไรแปลกๆ-*- ส่วนใหญ่แล้วพอเราตื่นมาเราจะลืมไปหมด ก็เลยมีอยู่ไม่กี่เรื่องที่ยังจำได้และพอจำได้บ้าง มาเล่าสู่กันฟัง

..............

............

1. เจสัน+เรือผี
อันนี้นานมากแล้ว เป็นฝันที่เราฝันติดๆกัน2-3คืนหรือมากกว่านั้น ว่าเรามาติดอยู่บนเรือร้างกับพวกคนที่มาสำรวจบนเรือโดยที่ในเรือมันมีไอ้หน้ากากเจสันถือมีดยาวเหมือนดาบโดยที่สุดท้ายเหลือฉันกับน้องฝรั่งกันสองคนวิ่งหนีมัน และฝันจบลงด้วยที่.. เราตายเสมอ เท่าที่จำได้ มีครั้งหนึ่งเราหนีเข้าไปในตู้ล็อคเกอร์ที่ห้องๆหนึ่งบนเรือ เจสันเปิดประตูตู้ แล้วเอาดาบแทงเรา อีกครั้งหนึ่งที่เราหนีมาที่เดิมกับเด็กคนนั้น เด็กคนนั้นตัวเล็กก็เลยเข้าไปซ่อนอยู่ชั้นบนของล็อคเกอร์ซึ่งชั้นมันเล็กกว่า ส่วนเราอยู่ข้างล่าง เจสันเปิดประตูตู้แล้วเอาดาบฟันคอเรา มันเป็นภาพแค่เจสันเหวี่ยงอาวุธมาที่หน้าเรา แล้วเราก็ตื่น แต่ครั้งสุดท้ายของความฝันนั้น เราวิ่งหนีกับเด็กคนเดิมบริเวณที่ดูเหมือนทางเดิน ที่กำแพงมีประตูอยู่เยอะ เจสันฆ่าเด็กคนนั้น.. เรายังวิ่งหนีต่อไป พอเราหันกลับไปมอง มันตามมาด้วยเคียวติดโซ่ เราเห็นมันเหวี่ยงเคียวอยู่แวบหนึ่งก่อนหันหน้ากลับพร้อมวิ่งต่อไป... ไม่รอดแน่ รู้ว่าเคียวมันพุ่งตามหลังมา แล้วก็..
เราสะดุ้งตื่น สิ่งแรกที่รู้สึกเลยคือเราเสียวสันหลังวูบ มันรู้สึกวูบวาบจริงๆตรงกลางหลัง แล้วต่อมาที่เรารู้คือเรานอนตะแคงข้างและตัวแข็งทื่อ เหมือนกับว่าเรานอนเกร็งตลอดเลย เป็นฝันถึงเจสันครั้งสุดท้ายที่น่ากลัวที่สุด มันเหวี่ยงเคียวเจาะหลังเรา..

2. บรรดาญาติๆ ซามาร่า ร็อกซัส?
เป็นฝันที่พิลึกที่สุดเลยมั้ง.. เริ่มต้นนั้น เราฝันว่าเรากำลังยืนอยู่บนยกพื้นที่เป็นไม้ที่ยื่นออกไปแถวชายหาด(บรรยายไม่ถูก-*-)  เรามองพ่อ อาโกทั้งหลาย เจ็กตี๋และน้องชายคนรองเล่นน้ำทะเลอยู่ ด้านหลังเรา เราเห็นป้อมยามเล็กๆรูปทรงกระบอกสีเขียวๆเก่าๆ เราเดินเข้าไป มียามใส่ชุดสีกากีข้างใน เราพบว่านั่นเป็นอากงของเราเอง อากงใส่หมวกยามสีน้ำตาลๆด้วย เราสงสัยว่าอากงมาเป็นยามได้ยังไง.. แต่ไม่ได้ถามออกไป ใบหน้าเหี่ยวๆของอากงยิ้ม แล้วก้มมองไปที่ตักของเขาเอง เรามองตามและเห็นหัวเด็กเล็กๆโผล่พ้นหน้าต่างโล่งๆของป้อมยาม ก็เลยรู้ว่าที่ตักของอากงมีน้องตัวเล็กๆอยู่และอากงนั่งบนเก้าอี้สูง ที่แปลกกว่านั้นคือ ข้างในป้อมยามรูปทรงกระบอกมีน้ำและมีปลาว่ายอยู่ข้างในด้วย สีของน้ำสะท้อนเป็นสีเขียวๆตามสีที่ทาไว้ข้างในป้อม อากงอุ้มน้องขึ้นแล้วส่งให้เรา เท่าที่จำได้ เหมือนอากงจะพูดว่า "อ่ะ เอาน้องไปอุ้มซะ" น้องคนนั้นคงเป็นน้องคนสุดท้องของเราตอนเล็กๆอยู่(จริงๆแล้วเขา11ขวบแล้ว) เราอุ้มน้องมาแล้วนั่งบนเก้าอี้กลมๆสูงๆใกล้ๆป้อมยาม วางน้องไว้บนตักแล้วมองออกไปที่ทะเลที่คลื่นพัดแรง บรรดาอาๆร้องเรียกให้เราลงไปเล่นน้ำกับพวกเขาด้วย แต่เราส่ายหัว สักพัก เราเห็นพ่อและคนอื่นๆขึ้นมาจากน้ำ รีบร้อนบอกอะไรสักอย่างว่าต้องรีบหนีแล้ว อากงออกจากป้อมยาม(ซึ่งเราไม่เห็นว่าปลามันจะพุ่งออกมาจากประตูหรือเปล่า) พวกเราวิ่งไปทางซ้ายที่เป็นร้านอาหาร........

จากนั้นเราก็จำไม่ได้.. จำได้ว่าเราโผล่มาที่ๆหนึ่งพวกเรายืนอยู่ตรงข้ามกับศาลาท่าน้ำ ที่กั้นระหว่างพวกเราคือคูน้ำที่มีผักตบชวาขึ้นเต็มปิดมิดคูไปหมด และตรงข้ามศาลา ผักตบมันก็ดูนูนๆขึ้นมาด้วย เหมือนกับว่ามันขึ้นทับอะไรสักอย่าง พ่อเอาเท้าเขี่ยๆนิดหน่อย ผักตบชวาโดนแหวกเผยให้เห็นไม้ ปรากฏว่ามันคือท่อนซุงที่พาดจากฝั่งเราไปยังศาลา พ่อบอกว่าทุกคนคงต้องข้ามไป.. พ่อบอกให้เดินตรงๆไปจากที่เอาเท้าเขี่ยผักตบนี่ เราเดินไปคนแรก มือยังอุ้มน้องอยู่ แต่ว่าพ่อไม่ได้เอาผักตบที่คลุมท่อนซุงออกไปให้หมด เราก็เลยไม่รู้ว่าซุงมันกว้างเท่าไหร่ เราเดินเฉไปเยอะ เราเกือบตกลงไปแล้วแต่คว้ากิ่งของต้นไม้ที่ยื่นออกมาข้างๆฝั่งพวกเราได้เสียก่อน มันเป็นต้นไม้ที่ตายแล้ว เราห้อยต่องเต่งอย่างนั้น แล้วก็.. จู่ๆก็เหมือนกับว่าเรากลับมายืนอยู่ที่เดิมอีก คราวนี้เจ็กตี๋กับพ่อช่วยกันดึงผักตบที่ปกคลุมท่อนซุงออกจนหมด เผยให้เห็นท่อนซุงเต็มๆเสียที มันเป็นซุงท่อนใหญ่ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเราดันเดินตกเหมือนกับว่ามันเป็นท่อนเล็กๆ ตรงกลางซุงมีกระดาษยาวๆเหลืองๆที่มีภาษาจีนติดทาบ เราไม่รู้ความหมาย แจ็กตี๋เดินนำไปก่อนจนถึงศาลา เราตามไปเป็นคนที่สาม.. คราวนี้กลับเดินง่ายขึ้นเยอะ และญาติคนอื่นๆตามมา อาม่าตามมาเป็นคนสุดท้ายซึ่งพวกเราที่คอยอยู่บนศาลาเชียร์อาม่าอยู่ อาม่าไม่กล้าเดินบนซุงแต่คลานบนซุงมา อากงยื่นมือออกไปรับอาม่าตอนที่อาม่าใกล้จะถึงแล้ว สุดท้ายพวกเราก็ข้ามมาบนศาลานี้จนครบ...

ต่อจากนั้น... เราจำไม่ได้ รู้สึกว่าญาติๆจะวิ่งหนีหายกันไปหมด เพราะพวกเราถูกอะไรก็ไม่รู้ไล่ตามมา.. เรายืนอยู่ในสถานที่ที่คล้ายๆกับตอนที่เราข้ามท่อนซุง เพียงแต่คราวนี้มันไม่มีศาลาและผักตบ.. เรายืนอยู่ใกล้ๆคลองแห่งหนึ่ง ที่มีต้นไม้ใหญ่พอควรทางด้านขวา ท้องฟ้าในตอนนั้นมืดครึ้ม ทุกอย่างดูมืดไปเป็นโทนสีน้ำเงิน เรามองเห็นเด็กๆกลุ่มหนึ่งวิ่งอยู่ไกลๆตรงมาหาเรา พอพวกเขาเข้าใกล้ ก็เห็นว่าพวกเขามีอยู่สัก... 4-5คน เราจำได้แค่สองคน คนหนึ่งเป็นเด็กผู้หญิงผมดำ เธอบอกว่าเธอชื่อซามาร่า เธอต้องตามหาอะไรสักอย่างล่ะ พวกเขาเอาวิญญาณหรืออะไรสักอย่างของเธอไป พวกคนชั่ว.. ซามาร่าจากเรื่องเดอะริงน่ะเรอะ? แต่ในเดอะริงซามาร่าเป็นผีเด็กผู้หญิงตัวโตใส่ชุดขาวๆนี่ แต่ในฝันของเรา ซามาร่าเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก เธอใส่กางเกงยีน แจ็กเก็ตยีนและเสื้อยืดสีแดงๆข้างใน ส่วนอีกคนเป็นเด็กผู้หญิงผิวดำในชุดนอนสีเหลืองส้มๆและผูกแกะ เราตามซามาร่ากับเพื่อนๆของเธอเข้าไปข้างในต้นไม้ที่อยู่ข้างๆนั้น ต้นไม้มีประตูเปิดออกได้ ข้างในมีบันไดเหล็กลงไปใต้ดินด้วย... พวกเด็กๆบอกว่ามันคือรังลับของคนชั่ว ข้างๆผนังของที่นี่มีสิ่งมีชีวิตประหลาดน่ากลัวใส่ขวดโผล่วางไว้บนชั้น มีคนในที่ลับนี้โผล่ออกมา พวกเด็กๆต่อสู้แต่โดนฆ่าหมด เหลือเพียงซามาร่ากับเรา.... พวกเราตามไปจนถึงห้องๆหนึ่ง มีผู้หญิงผมสั้นๆ เธอต้องเป็นตัวร้ายแหงๆ ซามาร่าตะโกนอะไรสักอย่างใส่เธอ ซามาร่าพยายามสู้กับผู้หญิงคนนั้นแต่เธอเรียกตัวอะไรสักอย่างออกมา... มันเป็นตัวคล้ายๆเยลลี่สีชมพูรูปร่างเหมือนคนขนาดตัวเท่าเด็ก มันพยายามทำร้ายซามาร่า เราต้องช่วยเธอ.. เราเจอมีดคัตเตอร์อันหนึ่งบนโต๊ะ ถึงคัตเตอร์จะสั้นไปสำหรับมีดแต่มันก็ต้องช่วยได้บ้างล่ะ.... พอเราฟันเจ้าเยลลี่สัตว์ประหลาด ใบมีดคัตเตอร์นั่นกลับยืดออกมาเหมือนยังกับแส้ เราไล่ฟันมันจนมันหนีไปที่ห้องหนึ่งซึ่งมีบันไดเล็กๆขึ้นไปที่ไหนสักแห่ง ที่นั่นตรงบันไดนั้นเราเห็นเจ้าเยลลี่อยู่  แต่มันกลับกลายร่างเป็นเยลลี่สี่เหลี่ยมลูกบาศก์ใหญ่ๆวางไว้ตรงขั้นบันได เราพยายามฟันมันไม่หยุดแต่ไม่ได้ผล เพราะมันขาดแล้วก็สามารถรวมกลับเป็นหนึ่งเดียวได้อีกครั้ง.. เราหยุดฟันลงก็ตอนที่.. อยู่ๆมันก็ลืมตาขึ้น มันมีปากด้วย และหัวเราะชั่วร้าย"ฮี่ๆๆๆ"ใส่เรา เสียงมันเหมือนเด็กเลย.. แล้วเราก็เกิดเวียนหัวขึ้นมา ...ฉันติดหลุมพรางแล้ว เยลลี่จะเข้าสิงฉัน... เรารู้สึกเหมือนตัวเองจะล้มลงพร้อมกับที่ภาพต่างๆเริ่มมืด แต่เสียงหัวเราะเยาะนั่นยังดังเป็นเอคโค่ต่อไป ซามาร่าคงวิ่งตามมา เธอจับแขนเราเขย่า เธอร้อง.."Roxas! Are you alright? Roxas! Roxas.." เสียงของเธอก้องสะท้อนเหมือนเสียงเยลลี่เลย ทุกอย่างมืดสนิท เราล้มลง...

ต่อมา เรารู้สึกเหมือนเรากำลังลอยอยู่บนอากาศ... มันเหมือนกับว่าเราลอยคว้ำหน้า ตัวขนานอยู่กับพื้นดิน เราลอยไปข้างหน้าเรื่อยๆ.. มองทุ่งหญ้าอยู่ข้างใต้ตัวเรา ทันใดนั้น เราก็ลอยผ่านเด็กผู้หญิงผิวดำใส่ชุดนอนคนนั้นที่เป็นเพื่อนกับซามาร่าไป... หน้าเธอเปื้อนเลือดและตาลุกโพลง หลังจากนั้นเราก็ตื่น.... อย่างแรกที่งุนงงคือ.. เดี๋ยวก่อนสิ.. ฉันเป็นร็อกซัสรึ? ตัวละครจากคิงดอมฮาร์ทส์... จู่ๆฉันเป็นเด็กผู้ชายได้ไงฟะ? อย่างที่สอง เราพยายามรื้อสิ่งที่ฝันไปกลับมาอีก.. ปลาที่แหวกว่ายในป้อมยามที่มีอากงนั่งอยู่ข้างใน.. เราอุ้มน้องข้ามท่อนซุง..... บลาๆ แล้วก็วนกลับมาที่เด็กนั่นเรียกเราว่าร็อกซัส? ก่อนหน้านั้นเรายังเป็นตัวเราอยู่ไม่ใช่หรอแล้วทำไม.. - -a

3. บัฟฟี่
เราเกลียดที่ต้องฝันว่าวิ่งหนีใครสักคน ผี ปิศาจหรือตัวอะไรก็แล้วแต่... เราฝันว่าเราอยู่ในห้างแห่งหนึ่ง ฉันคิดว่ามันคือห้างซีคอนสแควร์... ห้างที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆเพราะพ่อแม่เคยเปิดร้านอยู่ที่นั่น... ตอนนี้เราไม่ได้ไปที่นั่นมาเกือบ 5 ปีแล้ว แล้วอยู่ดีๆเราก็โผล่มาในฝัน... แต่ในฝันของเรา ห้างมันจะแตกต่างจากของจริงอยู่หน่อย... อันที่จริงเรามักฝันถึงมันบ่อยๆว่าเราเดินหลง-- วนเวียนอยู่ในห้าง หรือไม่ก็วนเวียนอยู่ในห้างเพื่อหาซื้อของบางอย่าง.. แต่ที่เราจะเล่านี้...

เรากำลังเดินอยู่ที่นั่นใกล้ๆฝั่งโรงหนัง เราเห็นบัฟฟี่มือปราบผี.. เธอขึ้นบันไดเลื่อนมา(เราจำไม่ได้ว่าที่ซีคอนมีบันไดเลื่อนที่โรงหนังมั้ย แต่นี่คือในฝันของเรา) มือเธอถือถ้วยกาแฟเย็นด้วย เธอกำลังคุยกับเพื่อนอีกสองสามคนข้างหลังเธอ เธอออกจากบันไดเลื่อนแล้วก็เดินจากไป... เราเดินของเราต่อไป และเห็นชายในชุดสูทสีขาวทั้งชุด หน้าตากับทรงผมเหมือนพวกตัวร้ายในหนัง เอ่อ.. ประมาณดร.ฮาลนิบาลตอนหนุ่มๆ(บอกไม่ถูก แต่เราไม่เคยดูเรื่องเกี่ยวกับฮาลนิบาลอะไรนี่หรอกนะ) ยืนแสยะยิ้มและจ้องมาที่เรา... ..มันคือปิศาจ มันคือซาตานปลอมตัวมา.... เราเริ่มออกวิ่ง... หันกลับไปมอง ปิศาจตนนั้นก้าวตามเรามา แสยะยิ้มและจ้องเราอยู่ มันต้องฆ่าเราแน่ๆ เราวิ่งแล้วก็วิ่ง.. เราวิ่งรอบห้างอยู่บนชั้นนั้นไปหนึ่งรอบ... สองรอบ......... แต่มันก็ไม่หยุดตามเรามา จนกระทั่งเราวิ่งเข้าไปหลบอยู่ในฝั่งสวนสนุก โยโย่แลนด์... แต่โยโย่แลนด์มืดสนิท สวนสนุกคงจะปิด.. ไม่มีไฟอะไร เราวิ่งเข้าไปหลบข้างในรถไฟ ที่จะมีจัดสวนบ้าน ต้นไม้ อะไรต่างๆเพื่อให้ดูดี.. แต่ซาตานเจอเราอีก เราวิ่งหนีออกจากโยโย่แลนด์ เขาก็ยังคงตามมา แต่เราไม่วิ่งกลับไปที๋โยโย่แลนด์อีกแล้ว มันมืด น่ากลัวเกินไป.... เราวิ่งวนไปวนมา.... แต่เท้าไม่ไปเลย ตลอดเวลาที่วิ่งเหมือนปอดจะแตก ทั้งๆที่เราวิ่งสุดแรงเกิด แต่มันกลับวิ่งไม่ออก เหมือนเท้าเรามีพรวนเหล็กติดอยู่ เราวิ่งไม่ได้ดังใจ มันช้าไป.. เราหันกลับไปมองปิศาจเสมอ มันแค่เดินก้าวฉับๆแบบสบายๆ แต่กลับอยู่ห่างจากเราไม่ไกลนัก เราก็พยายามวิ่ง แต่มันหนืดเหลือเกิน ถึงกระนั้นปิศาจก็ยังเข้ามาจับตัวเราไม่ได้อยู่ดี แต่ถ้าเราหยุดล่ะก็ มันต้องถึงตัวเราแน่ แล้วเริ่มคิดได้ว่าต้องหาทางออก เรากระเสือกกระสนลงไปชั้นล่าง... เราไม่รู้ว่ารอดมายังไง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ตามมาแล้ว... เราวิ่งออกไปข้างนอก มีรถสองแถวคนหนึ่งจอดอยู่ มีคนขึ้นอยู่เต็ม เรากระโดดขึ้นไปและห้อยอยู่ท้ายรถ เราหันกลับไปมอง..... ปิศาจไม่ได้ตามเรามาจริงๆ..... เกิดอะไรขึ้นอีกต่อจากนั้น.. เราจำไม่ได้

----------

-----------------

edit @ 18 Apr 2008 15:01:06 by [EniledA]-’๐