Favourites

กำลังอยู่ในช่วง.. อัดอั้นค่ะ ตอนนี้ฮึกเหิมและยอมอู้ไม่ทำการบ้านตอนนี้เพื่อจะเขียนมันขึ้นมา เพราะอ่านบล็อกของพี่punnaornและwindellaแท้ๆเลย^^

โคลนติดล้อ เป็นหนึ่งในเรื่องที่เรียนในวิชาภาษาไทยตอนอยู่ชั้นม.5ค่ะ ที่อ่านแล้วก็อยากจะนำมาเขียนลงด้วยมากๆเลย แต่ว่าก็ไม่ได้เขียนสักที...(ไม่มีอารมณ์จะเขียน) จนกระทั่งมาตอนนี้.. ก็อย่างที่บอกค่ะ ฮึกเหิมๆ หลายคนคงไม่คิดว่าเราจะอัพอะไรอย่างนี้แน่ๆ

โคลนติดล้อเป็นบทความที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเขียนขึ้นมา และลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สมัยนั้น โดยใช้นามแฝงว่าอัศวพาหุ พระองค์เขียนขึ้นมาเพื่อต้องการปลุกใจคนไทยให้รักชาติรักความเป็นไทยค่ะ มีทั้งหมด 12 บท ชี้ให้เห็นข้อเสียของคนไทยที่เป็นปัญหาทำให้ประเทศชาติเจริญไปได้ช้า และได้รู้เกี่ยวกับค่านิยมของคนไทยที่ไม่ดีสมัยก่อน เช่น การทำตนใต้ต่ำต้อย ความนิยมเป็นเสมียร การถือเกียรติไม่เป็นมูล เป็นต้น แต่ว่าน่าเสียดายทีในหนังสือเรียนของเรา นำมาลงแค่ 4 บทค่ะ กระนั้นอ่านแล้วก็มันดีค่ะ มี 2 บทที่อ่านแล้วเราชอบมากๆ

ขอตัดนำบางตอนในแต่ละบทของพระองค์มาลงนะคะ..  (ขอเอา 2 บทที่ว่ามาลงน่อ)
หมายเหตุ* อยากให้อ่านจนจบค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่าน
 

บทที่ 1 การเอาอย่างโดยไม่ตริตรอง
เพราะเหตุว่า คนที่เอาอย่าง ถึงแม้ว่าจะได้รับความกรุณาและอัธยาศัยไมตรีก็จริง แต่ที่จะได้รับความนับถือด้วยนั้นน้อยนัก นี้ก็เป็นธรรมดาอยู่ เพราะเป็นธรรมดามนุษย์ย่อมจะนับถือผู้ที่สูงกว่าเรา ตีตนเสมอกับผู้ที่เสมอกับเรา และดูหมิ่นผู้ที่ต่ำกว่าเรา ก็การเอาอย่างนั้นคืออะไรเล่า นอกจากคำรับสารภาพอย่างราบเรียบแห่งความต่ำต้อยของเรา? 

ท่านทั้งหลายไม่คิดหรือว่าเราสมควรจะพยายามยกตัวเราให้เสมอเท่ากับชาติอื่นๆ จึงจะได้รับความนับถืออันแท้จริงแห่งเขาทั้งหลาย ไม่ใช่ถูกตบหลังอย่างปรานี ดังที่เขาทำแก่เราอยู่ทุกวันนี้ ถ้าท่านเห็นว่าเป็นการสมควรแล้ว ท่านต้องบากบั่นหาญพอที่จะคิดจะทำอะไรด้วยตนเองบ้าง

ในที่นี่ข้าพเจ้าขอวิงวอนว่า อย่าเข้าใจผิด! ข้าพเจ้าไม่ขอแนะนำให้ท่านแสดงความคิดแผลงอย่างจืดและซึ่งไม่ใช่อื่นไกล เป็นการเอาอย่างชนิดเลวทรามสามัญเท่านั้นเลย ข้าพเจ้าไม่อยากให้ท่านใช้ความคิดชนิดที่ทำให้เกิดผลเปลี่ยนราชอาณาจักรอันแท้จริง เป็นริปับลิคเก๊ชนิดอเมริกาใต้ดังปรากฏอยู่ในประเทศซึ่งไม่สู้จะห่างไกลจากเรานัก! ข้อความที่ข้าพเจ้าปรารถนาจะกล่าวนั้น คือขอโอกาสให้แก่ชาวเมืองร่วมชาติของเราได้คิดได้ทำอะไรด้วยตนเองบ้าง อย่าคอยเตะคนทุกคนที่ออกความเห็นความคิดทำการใดๆซึ่งฝรั่งเขายังมิได้เคยทำกันในยุโรป

ถ้าท่านประสงค์ที่จะตัดความประพฤติเอาอย่างโดยไม่ตริตรองต่อไป เวลานี้แหละเป็นโอกาสของท่าน เพราะว่าในขณะนี้เป็นการเหลือวิสัยที่เราจะเอาอย่างบรรดามหาประเทศได้ และการที่เราจะหน่วงความเจริญของเราไว้จนกว่าอาจารย์ทั้งหลายของเราจะเลิกการฆ่าแกงกันนั้นก็ไม่ได้เหมือนกัน

.

บทที่ 2 การทำตนให้ต่ำต้อย
อนิจจา! แม้แต่ชื่อก็เย้ยตัวเอง! เราทั้งหลายเรียกตัวว่าไทยกลับเป็นทาสแห่งความประพฤติดุจทาสนั้นเอง คือความประพฤติที่ทำตนให้ต่ำต้อย

ข้าพเจ้าจะไม่ว่าเลยแม้แต่เล็กน้อย ถ้าท่านพอใจจะตั้งคนชาติอื่นไว้ในที่สำหรับบูชา และเมื่อเขาอยากจะนั่งอยู่ในที่อันสูงจนเวียนหัวเช่นนั้นก็เชิญเถิด แต่เหตุใดท่านจึงต้องตีราคาคนร่วมชาติของท่านให้ต่ำไปเสียกว่าขี้ตีนของคนจำพวกที่ท่านพอใจจะบูชานั้นด้วยเล่า?

........

ตามความจริงนั้น ความนิยมฝรั่งได้เริ่มบังเกิดขึ้นแต่ความพอใจในความสะดวกสบายของเรา ในเวลาที่เราแรกเริ่มใช้วิธีฝรั่งมาบำรุงปกครองบ้านเมืองของเรานั้น ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่มีคนน้อยตัวซึ่งรู้จักใช้วิธีนั้นๆ และก็เป็นธรรมดาที่เราจะต้องว่าจ้างฝรั่งเข้ามาแนะนำลู่ทางให้เราเดิน ชาวยุโรปได้นำนิสัยที่ขยันและความสามารถทำการงานได้มากเข้ามากับเขาด้วย คนไทยผู้ที่เกรียจคร้านอยู่โดยนิสัยแล้วจึงนิยมมาก เพราฉะนั้นคนไทยได้เริ่มชอบใช้ฝรั่งคล้ายๆกับที่เราชอบใช้จีน กล่าวคือ ฝรั่งมีความสามารถที่จทำการงานได้มากคล้ายๆจีน แต่ฝรั่งได้เปรียบที่มีสมองความคิดดีกว่าจีนเป็นอันมาก การใช้ฝรั่งจึงเป็นการสะดวก เพราะใช่แต่เขาได้ช่วยให้เราไม่ต้องทำงานด้วยกำลัง ทั้งเขายังได้ปลดเปลื้องความลำบากของเราในการที่ต้องคิดอีกด้วย เราเป็นแต่หวักกระเป๋า ฝรั่งเขาก็จัดการเสร็จ

การที่มีนิสัยเช่นนี้ซึ่งเดิมเกิดแต่ความเกียจคร้านมากกว่าอย่างอื่น ในไม่ช้าก็ทวีขึ้นโดยลำดับ จนได้มาเป็นอย่างที่เห็นอยู่เดี๋ยวนี้ กล่าวคือ ความเชื่อถืออันฝังอยู่แน่นอนว่า การงานอะไรถ้าจะทำให้ดีแล้วต้องอาศัยฝรั่ง ผลแห่งความเชื่อถืออันนี้ทำให้ยกฝรั่งขึ้นไว้ในที่อันสูงเลิศ ส่วนคนไทยนั้นตกต่ำลงไปเกือบที่สุด นี่แหละเป็นเหตุให้คนครึ่งชาติพอใจใช้กางเกงผ้าขาวอย่างสกปรกที่สุดยิ่งกว่าใช้ผ้าม่วงอย่างดี โดยเหตุที่เขาอยากให้คนทั้งหลายสำคัญว่าตัวเขาก็ดีเกือบเท่าฝรั่ง เพราะฉะนั้นจึงดีกว่าคนไทย คนไทยเราบางคนที่ปลอมตัวใช้กางเกงกับเขาบ้างก็มีก็ด้วยความประสงค์หมายเช่นเดียวกัน

........

การที่เป็นเช่นนี้ทำให้คนไทยทั้งหลายดูถูกความสามารถของตนเองมากขึ้น และการใช้ฝรั่งในการงานซึ่งคนไทยอาจทำได้ดีเท่ากันด้วย เงินเดือนแต่เพียงครึ่งหนึ่งหรือ 1 ใน 3 ของฝรั่งก็จะมีมากขึ้น การตีราคาความสามารถของคนไทยเราต่ำเช่นนี้จะมีอยู่ต่อไปอีกสักเท่าใด? การส่งนักเรียนออกไปศึกษาวิชาในยุโรปปีละหลายๆคนนั้น ถ้าเราไม่ไว้ใจให้เขาทำการงานอันต้องรับผิดชอบแล้วจะมีประโยชน์อะไร? การศึกษาในบ้านเมืองของเราเองนั้นเล่า ถ้าคนของเราจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจากลูกสมุนแล้ว ก็จะมีคุณอย่างไร?

.........

ท่านไม่ควรจะลืมเสียว่า คนเราทุกคนที่มีความภักดีต่อชาติย่อมนึกถึงประโยชน์แห่งบ้านเมืองของตนยิ่งกว่าประโยชน์ของประเทศอื่น เพราะฉะนั้นจะไม่เป็นการเหลือวิสัยหรือที่จะหวังให้ชาวต่างประเทศเขาระลึกถึงประโยชน์ของเมืองไทยเท่ากับเราผู้เป็นไทยเอง และเพราะฉะนั้นถ้าคนไทยเรามิได้มีโอกาสประกอบการงานเพื่อประโยชน์และความเจริญแห่งบ้านเมืองของเราเองให้ดีขึ้น จะไม่เป็นคุณแก่บ้านเมืองของเราหรือ?

.........

ที่เราพิมพ์ จุดจุดจุดจุดไว้ หมายถึงเราข้ามไปบางย่อหน้านะคะ หุๆ และตอนเรียนประวัติวรรณคดีสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่เรามักจะแอบหลับอยู่เป็นนิจ ก็พอได้ตื่นมาฟังที่ครูอ่านคำพูดของรัชกาลที่3ในหนังสือตอนก่อนที่พระองค์จะสวรรคตว่า การศึกสงครามข้างญวนข้างพม่าก็เห็นจะไม่มีแล้ว จะมีอยู่ก็แต่ข้างพวกฝรั่ง ให้ระวังให้ดี อย่าให้เสียทีแก่เขาได้ การงานสิ่งใดๆของเขาที่คิดว่าควรจะเรียนเอาไว้ก็ให้เอาอย่างเขา แต่อย่าให้นับถือเลื่อมใสไปทีเดียว

และสุดท้ายนี้.. ถึงแม้ว่าพวกเราจะภูมิใจในประเทศของพวกเรา แต่ก็อย่าได้ไปดูถูกประเทศอื่นที่พวกเราคิดว่าเขาด้อยกว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่น่ารักอย่างแรงงงงงงงงง และเราก็ไม่ชอบอย่างแรงงงงงงงงงงงงงเพราะการที่พวกเราทำ มันก็หมายความว่าเราก็ไม่ต่างจากชาวประเทศอื่นที่เขามาดูถูกพวกเราเลยเช่นกัน

ปล. 3ทุ่มครึ่งแล้ว การบ้านยังไม่ได้ทำ.... อีกทั้งโค-ตรง่วงเลย

edit @ 8 Nov 2007 21:42:34 by [EniledA]-’๐

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

ข้อ 2 นี่เห็นด้วยมากๆ
สิ่งที่คนไทยทำ มีหลายๆ สิ่งที่ฝรั่งชื่นชม แต่คนไทยด่ากันเอง เพราะไม่เห็นคุณค่า อยากจะให้คนไทยเปลี่ยนนิสัยอันนี้จริงๆ นะครับ....อย่างเช่นที่ร้านผักบุ้งลอยฟ้า ถ้าคนรับรับได้ คนฝรั่งจะตบมือชม แต่ถ้ารับพลาด จะได้รับเสียงวี้ดวิ่วกับเสียงตบมือเยาะเย้ยจากคนไทยด้วยกันเนี่ยแหละ, หรือไม่ก็ตัวอย่างง่ายๆ เช่น จาพนม + หนังต้มยำกุ้ง คนต่างชาติเขาก็ชมกัน แต่คนไทยติว่าห่วยอย่างงั้น ห่วยอย่างงี้, หรือไม่ก็กรณีของภราดร

คือผมไม่ได้ยกตัวเองว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นนะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมพยายามปรับปรุงตัวเองอยู่ ซึ่งบางครั้งบางเวลาผมก็รู้สึกอยากจะกุมขมับที่ดูฟุตบอลทีมชาติไทยเล่นเหมือนกัน

#1 By CHAN on 2007-11-08 21:46

โฮ่ ไม่รู้มาก่อนเลยที่พี่chanเล่า แต่ที่รู้ก็คือเวลาคนไทยเราคนหนึ่งผิดพลาดหรือล้มเหลว พวกเราก็มักจะเหยียบย่ำกันเองsad smile

#2 By [AdeLiNe] on 2007-11-08 21:59

ตกลงทำการบ้านเสร็จมั๊ยคะsad smile

#3 By Meowzilla Zilla on 2007-11-09 11:09

ที่ว่า "คนไทยทั้งหลายดูถูกความสามารถของตนเองมากขึ้น " นี่เรื่องจริงเลย
เดี๋ยวนี้ อะไรที่ดีๆของชาติตัวเองก็มองไม่เห็น

จากประสบการณ์ของตัวเอง

เวลาไปต่างประเทศขึ้นมา แล้ว Home Sick อันดับแรกที่คุณคิดถึงคือ อาหารไทย ...

ไม่ใช่รึ?

#4 By . on 2007-11-10 17:50

เห็นด้วยกับข้อที่หนึ่งอย่างแรงเลยล่ะ tongue

#5 By Kipaki_lovelY~Mint on 2007-11-10 23:49

ฮือๆๆๆ ดีใจค่ะที่บล๊อคพี่สร้างแรงบันดานใจให้น้องเขียนข้อความ
ดีๆนี้ขึ้นมาล่ะ

เห็นด้วยกับที่น้องเขียนมานะจ๊ะ แต่ทางที่ดีทำการบ้านด้วยนะคะท่าน sad smile

การบ้านเสร็จยังนี่ sad smile

#6 By ongki on 2007-11-11 15:50

ก่อนอื่นเห็นด้วยกับท่านคห.1 ค่ะ เรื่องหนังเนี่ยเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆเลย ที่จริงเราก็ชอบดูหนังฝรั่งมากกว่า 55+ แต่ถ้าหนังไทยดีเราก็ควรชมว่าดี บางคนตั้งอคติเลยอ่ะว่าหนังไทยทำออกมาต้องแย่แน่ๆ เราว่ามันไม่ใช่อ่ะ เรื่องที่ดีๆมันก็มีเนอะคะ (ผิดประเด็นรึเปล่า 55+)

อยากให้ใครภูมิใจในตัวเรา เราก็ต้องภูมิใจในตัวเอง ภูมิใจในชาติของเราเองให้ได้ก่อนดีกว่า ^_^

#7 By Revamp on 2007-11-15 19:21

ชอบมาก

#8 By ~Nanshu SinKID~ on 2009-08-22 08:51

free counters